บันเทิง สปอตไลท์

BMW Series 7 จากอดีต ถึง ปัจจุบัน

Updated:

BMW Series 7 จากอดีต ถึง ปัจจุบัน

สวัสดีครับในบทความนี้เรามาเปิดตำนานของรถรุ่นพี่ใหญ่จากทาง BMW ใน Series 7 ถือว่าบีเอ็มดับเบิลยู 7 ซีรีส์ (BMW 7 Series) เป็นรถยนต์นั่งประเภทหรูหราขนาดใหญ่ (Full-size luxury vehicles) เป็น รถธง (รถรุ่นที่ได้ชื่อว่าดีที่สุด โด่งดังที่สุด สมบูรณ์แบบที่สุดของรถยนต์แต่ละยี่ห้อ)ของบริษัทรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู เริ่มผลิตครั้งแรกใน พ.ศ. 2520 จนถึงปัจจุบัน มีวิวัฒนาการตามช่วงเวลาแบ่งได้ 6 รุ่น (Generation) ดังนี้

รุ่นที่ 1 (E23, พ.ศ. 2520 - 2529)

รุ่นแรก หรือ E23 ทุกคัน ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบ ขนาดระหว่าง 2500 - 3500 ซีซี มีเอกลักษณ์เด่นในเรื่องความล้ำยุคเมื่อเทียบกับรถในปีเดียวกัน เช่น เครื่องยนต์แบบหัวฉีด, ระบบเบรกแบบ ABS, ถุงลมนิรภัยฝั่งคนขับ, ระบบกระจกไฟฟ้า และเกียร์อัตโนมัติแบบ 4 สปีด เป็นต้น

รุ่นที่ 2 (E32, พ.ศ. 2529 - 2537)

มีการติดตั้งเทคโนโลยีรถใหม่ล่าสุดของยุคนั้นลงไปในรถอีกจำนวนหนึ่ง เช่น เครื่องโทรศัพท์ เครื่องแฟกซ์ ตู้แช่ไวน์ เครื่องยนต์ของ

โดยเริ่มต้นตั้งแต่เครื่องยนต์ขนาด 3000 ซีซี 6สูบ 12วาล์ว 188แรงม้า ไปจนถึงเครื่องยนต์ 5000ซีซี 12 สูบ 24 วาล์ว 300 แรงม้า ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 4 สปีด

รุ่นที่ 3 (E38, พ.ศ. 2537 - 2544)

E38 รุ่น 750iL ในอเมริกาเหนือ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 5400 ซีซี 12 สูบ เพิ่มเติมไฟหน้าแบบ HID ซึงเป็นหลอดไม่มีไส้มีระบบNavigation System ระบบเครื่องเสียงในรถแบบ Surround ด้วยลำโพง 14 ตัวรอบคัน พร้อมซับวูเฟอร์อีก 4 ตัว เครื่องเล่น CD เก็บแผ่นในเครื่องได้ 6 Disc, รวมทั้งหลังคาแบบมีมูนรูฟ

รุ่นที่ 4 (E65, พ.ศ. 2544 - 2551)

สิ่งที่น่าสนใจในยุคนั้นคือ ระบบ iDrive ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากระบบ Navigation  แสดงผลโดยจอมอนิเตอร์ความละเอียดสูง สามารถใช้ปุ่มควบคุมที่อยู่ใกล้คันเกียร์ปรับแต่งค่าต่างๆ ภายในรถได้   ระบบโทรศัพท์ ไปจนถึงระบบการตอบสนองของช่วงล่าง ปรับระบบการทรงตัว ปรับโหมดการขับขี่  และอื่นๆ

รุ่นที่ 5 (F01, พ.ศ. 2551 - พ.ศ. 2558)

รุ่นนี้BMW 7 ซีรีส์ได้เปลี่ยนช่วงล่างจากแมคเฟอร์สันสตรัท ไปเป็นดับเบิ้ลวิชโบน เฉพาะด้านหน้า เพื่อการขับขี่ที่ดีขึ้น เครื่องยนต์มีให้เลือกคือ 3.0,4.4V8,5.0 V12 มีเกียร์คือเกียร์ออโต้6สปีดและ8สปีด เฉพาะ760liและActive hybrid7

รุ่นที่ 6 (G11,G12 พ.ศ. 2559 - ปัจจุบัน)

จุดเด่นในรุ่นนี้คือการลดน้ำหนักในส่วนของตัวรถลงด้วยการผสมผสานวัสดุที่มีน้ำหนักเบาเข้าด้วยกัน โดยมีการใช้ทั้งเหล็ก อะลูมิเนียม แม็กนีเซียม พลาสติก และคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้ตัวรถลดลงจากเดิมประมาณ 200 กิโลกรัม โดยในSegment นี้ที่มีน้ำหนักเบาที่สุด

ใช้เครื่องยนต์ 12 สูบ ขนาด 6.6 ลิตร อัดความแรงด้วยเทอร์โบชาร์จเจอร์ 2 ตัว ให้กำลังสูงสุดถึง 610 แรงม้า

 

LINE OpenChat Banner

เข้าร่วม LINE OpenChat คลิกเลย!

คลิกเลย!

[Every Lotto Day Campaign Lotto Low Price

 

-บันเทิง, สปอตไลท์
-, , , ,

Copyright© UPCAR , 2020 All Rights Reserved Powered by AFFINGER5.