ข้อแนะนำ บันเทิง

รวมยา! ที่ขณะขับรถยนต์ห้ามกินเด็ดขาด เพราะจะทำให้คุณวูบคาพวงมาลัยได้!

Posted:

เสี่ยงอันตราย! หากคุณกินยาที่ทำให้ง่วงนอนได้ในขณะขับรถ บอกเลยว่าสามารถวูบหลับได้

บอกเลยว่าตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นอากาศหรือสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษมากขึ้น ทำให้เราสามารถเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น ซึ่งการกินยาก็เป็นวิธีที่ช่วงบรรเทาอาการเจ็บป่วยลงได้

ที่มา : wixstatic

แต่บอกเลยว่าถ้าคุณป่วยและต้องขับรถในชีวิตประจำวัน หากกินยาบางชนิดเข้าไปจะออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม ซึ่งอาจจะเกิดอุบัติเหตุและอันตรายตามมาได้ ดังนั้นวันนี้เราจะพาไปดูว่ามียาอะไรบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อคุณต้องขับรถ

1. ยานอนหลับ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ sleeping pill

ที่มา : stanford

สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องนอนไม่หลับ ต้องใช้ยานอนหลับเป็นประจำ ควรงดกินยานี้ และใช้ความระมัดระวังในการขับรถเป็นพิเศษ เนื่องจากยาชนิดนี้จะมีฤทธิ์ต่อสารเคมีในสมองที่ไม่สมดุลกัน ใช้เพื่อคลายความวิตกกังวลที่เป็นสาเหตุหลักของปัญหานอนไม่หลับ

ซึ่งเมื่อหลังจากตื่นนอนแล้ว ฤทธิ์ของยานอนหลับนั้นอาจจะยังไม่หมดไป และอาจเป็นเหตุให้เกิดการเบลอและวูบหลับขณะขับขี่ได้นั่นเอง

2. ยาคลายกล้ามเนื้อ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ที่มา : noticiasaldiayalahora

ส่วนใครที่มีปัญหาปวดเมื่อยบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นจากการทำงานหนัก หรือท่านั่งต่างๆ ซึ่งต้องใช้ยาโทลเพอริโซน (Tolperisone) และยาออเฟเนดรีน (Orphenadrine) ให้การช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ

โดยตัวยาเหล่านี้จะมีฤทธิ์ ลดอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อในร่างกาย ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดอาการปวด ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพในการขับขี่รถนั้นลดลง ดังนั้นถ้ามีอาการควรเลี่ยงการขับรถไปก่อนจะดีที่สุด

3. ยาลดน้ำมูก แก้แพ้

ที่มา : pembepanter

เมื่อคุณมีอาการเป็นหวัด จาม แพ้อากาศ มีน้ำมูก การกินยาลดน้ำมูกนั้นจะออกฤทธิ์ส่งผลข้างเคียงคือทำให้เกิดอาการง่วงซึมจนอาจทำให้เกิดการหลับในหรือวูบขณะขับรถได้

4. ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Blood sugar lowering drugs

ที่มา : everydayhealth

ในกรณีที่คุณกินยาชนิดนี้ไม่ถูกวิธีหรือเกินขนาด จะส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาน้ำตาลในเลือดต่ำเฉียบพลัน ทำให้เกิดอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ แขนขาอ่อนแรง ในบางรายที่มีอาการรุนแรงอาจเป็นลมหมดสติทันที ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

5. ยาแก้ปวดศรีษะ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ headache

ที่มา : health.harvard

สำหรับการกินยาแก้ปวดหัวเข้าไปนั้น จะมีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง เพื่อบรรเทาอาการปวด อาจจะทำให้เกิดอาการมึนงงหรือเกิดอาการง่วงจนทำให้เกิดการวูบหลับขณะขับขี่ได้นั่นเอง

6. ยาต้านหัวใจเต้นผิดจังหวะ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ heart disease

ที่มา : towardsdatascience

สำหรับยาต้านหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Antiarrhythmic drug) นั้น มีส่วนผสมของอะมิโอดาโรน (Amiodarone) และไฟโสสติกมีน (Physostigmine) ซึ่งหากใช้ยาชนิดนี้เกินขนาด จะทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หูอื้อ ตาลาย ในบางรายที่มีอาการรุนแรงอาจเป็นความดันโลหิตต่ำจนเป็นลมหมดสติได้เลย

7. ยาระงับประสาท

ที่มา : cloudfront

ถ้าเกิดคุณจำเป็นต้องกินยาประเภทระงับประสาท และยารักษาโรคซึมเศร้า ซึ่งยาประเภทนี้จะมีปฏิกิริยาต่อระบบประสาทส่วนกลาง จึงทำให้รู้สึกง่วงนอน เมื่อทานยาชนิดนี้ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่เป็นอย่างยิ่งเลย

อาการต่างๆ ที่เตือนว่าคุณเสี่ยงที่วูบขณะขับรถ

นอกจากยาต่างๆ ที่ไม่ควรกินเมื่อต้องขับรถแล้ว เรามาดูกันต่อเกี่ยวกับอาการต่างๆ ที่เสี่ยงจะทำให้คุณหลับวูบในขณะที่กำลังขับขี่รถได้ จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูเลย

  1. รู้สึกปวดหัว หนักศรีษะ วิงเวียน
  2. จิตใจกระวนกระวาย ใจลอย ไม่มีสมาธิในการขับรถ
  3. เริ่มขับรถส่ายไปมา ออกนอกเส้นทางที่กำหนดไว้
  4. กระพริบตาถี่มากเกิน ลืมตาไม่ค่อยขึ้น
  5. หาวบ่อยและหาวอย่างต่อเนื่อง
  6. เริ่มเซื่องซึม ปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างช้ากว่าปกติ
  7. มองข้ามสัญญาณไฟและป้ายจราจร

และนี่ก็เป็นอาการหลักๆ ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความง่วงหรือมีอาการเบลอจนไม่พร้อมต่อการขับขี่ได้ ดังนั้นเมื่อเกิดอาการดังกล่าวหรือหลีกเลี่ยงการกินยาไม่ได้ ก็ควรหลีกเลี่ยงการขับรถและควรพักผ่อนให้เพียงพอจะส่งผลดีต่อคุณมากกว่า ชาว UPCAR เป็นห่วงนะ

LINE OpenChat Banner

เข้าร่วม LINE OpenChat คลิกเลย!

คลิกเลย!

[Every Lotto Day Campaign Lotto Low Price

 

-ข้อแนะนำ, บันเทิง
-, , , , , , , , , , , , , , , , ,

Copyright© UPCAR , 2019 All Rights Reserved Powered by AFFINGER5.