บันเทิง วิธีดูแลรักษารถ สปอตไลท์

พาชาว UPCAR ไปทำความรู้จัก "แบตเตอรี่" รถยนต์ ให้มากขึ้นกว่าที่เคย!

Posted:

คุณรู้จัก แบตเตอรี่ กันดีแค่ไหน? วันนี้เราจะพาไปศึกษาข้อมูลกันให้มากขึ้น ห้ามพลาด!

หลายๆคนที่ใช้รถเป็นประจำคงจะเคยได้ยินและชินกับคำว่าแบตเตอรี่ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าแบตเตอรี่นั้นมีกี่ประเภท และใช้งานอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับแบทเตอรี่กันให้มากขึ้น พร้อมแล้วไปดูกันเลยดีกว่า!

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ที่มา : noticias.coches

แบตเตอรี่ คืออะไร?

สำหรับแบตเตอรี่นั้น ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับรถเป็นอันดับต้นๆเลยทีเดียว ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์หลักสำหรับระบบไฟฟ้าในรถยนต์ โดยทำหน้าที่สำรองไฟฟ้าเอาไว้ใช้ตอนสตาร์ทเครื่องยนต์และสำรองไฟเอาไว้เวลาที่ระบบไฟฟ้าต่างๆที่ถูกเปิดใช้งานพร้อมกัน

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ที่มา : peekerautomotive

ซึ่งบางจังหวะไดชาร์จ อาจจะไม่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างเพียงพอ แบตเตอรี่ก็จะเป็นตัวป้อนกระแสไฟฟ้าให้กับระบบต่างๆ แทนที่ได้ โดยจริงๆแล้วเมื่อหลังจากที่เครื่องยนต์ทำงาน แบตเตอรี่เองจะทำงานน้อยมาก

เนื่องจากเมื่อเครื่องยนต์หมุนไดชาร์จเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนให้กับระบบต่างๆ บางจังหวะที่รอบการทำงานของเครื่องยนต์ไม่คงที่ และจังหวะที่ระบบต่างๆ ต้องการกระแสไฟฟ้ามากๆ แบตเตอรี่จะเป็นตัวป้อนกระแสไฟให้กับระบบแทน

และเมื่อประจุไฟในแบตเตอรี่ลดลง ไดชาร์จก็จะเป็นตัวจ่ายกระแสไฟมายังแบตเตอรี่ด้วย เพื่อสำรองไฟไว้ตลอดเวลา เรียกได้ว่าเป็นวัฏจักรการทำงานตลอดเวลาที่เครื่องยนต์ทำงาน

แบตเตอรี่ มีกี่แบบ ?

สำหรับในประเทศไทยนั้น จะแบ่งประเภทของแบตเตอรี่ออกเป็น 4 แบบ ดังนี้

1.แบตเตอรี่น้ำ (Conventional battery)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ (Conventional battery)

ที่มา : fbbattery

ถือเป็นแบตเตอรี่รุ่นดั้งเดิมที่ใช้กันมา มีความทนทานคุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุด แต่ก็ต้องรักษาดูแลมากที่สุดเช่นกัน เนื่องจากเป็นแบตเตอรี่แบบเก่า classic ใช้ไปสักพัก จะต้องหมั่นเช็คและเติมน้ำกลั่น ให้ได้ระดับอยู่เสมอ โดยขึ้นอยุ่ที่ความถี่ของการใช้งานรถนั่นเอง

ซึ่งโดยปกติแล้วถ้าใช้รถแบบทั่วไปควรเช็คครั้งละ 1-2 เดือน แต่ถ้าใช้งานรถหนักควรจะเช็คครั้งละ 1-2 สัปดาห์

2.แบตเตอรี่แห้ง (Sealed Maintenance Free)

AGM Battery

ที่มา : tradeindia

ซึ่งแบตเตอรี่แบบแห้งนี้จริงๆแล้วด้านในมีน้ำอยู่ แต่ไม่ต้องเติมน้ำกลั่นเลยตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งถือเป็นประเภทแบตเตอรี่ที่แรงสตาร์ทมาก ราคาสูงที่สุด และรับประกันนานที่สุด

3.แบตเตอรี่กึ่งแห้ง (Maintenance free)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Maintenance free

ที่มา : be.bosch-automotive

สำหรับแบตเตอรี่ประเภทนี้ ถือเป็นแบตเตอรี่แห้งที่ยังสามารถเติมน้ำได้ แอมป์จะสูงขึ้น แรงสตาร์ทมาก ราคาไม่ได้แตกต่างกับแบตเตอรี่ ประเภทอื่นมากนัก โดยจริงๆแล้วลักษณะจะคล้ายแบตเตอรี่แบบแห้ง แต่แตกต่างกันตรงแบตกึ่งแห้งจะไม่มี Seal แบบแบตแห้ง

4.แบตเตอรี่ไฮบริด (Hybrid)

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ที่มา : dp.lnwfile

และแบบสุดท้ายจะเป็นแบตเตอรี่แบบไฮบริด ซึ่งถือเป็นแบตเตอรี่ลูกผสมเป็นการรวมเอาแบตเตอรี่ประเภทน้ำและแห้งเข้าด้วยกันเป็นลูกเดียว โดยขยายเวลาเช็คน้ำกลั่นออกไปราว 3-4 เดือนต่อครั้ง ซึ่งทำให้การดูแลรักษาน้อยลง และยังมีกำลังสตาร์ทที่สูงกว่าแบตเตอรี่น้ำทั่วไป

อาการที่บ่งบอกว่าคุณต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Car battery started to have problems

ที่มา : racshop

1. เครื่องยนต์เริ่มสตาร์ทอืดและยากขึ้นในตอนเช้า

2. รู้สึกว่าการทำงานของกระจกไฟฟ้าทำงานอืดมากขึ้นกว่าเดิม

3. รู้สึกว่าต้องเติมน้ำกลั่นบ่อยครั้งมากกว่าปกติ

4. ต้องมีการพ่วงชาร์จในบางครั้ง

แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ เกิดจากอะไร ?

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ The battery car is worn out

ที่มา : motorist

สาเหตุของแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ เกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้

1.ข้อแรกถือเป็นสาเหตุหลักเลยที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ หรือใช้งานไม่ได้นั่นก็คือ การเปิดไฟหน้ารถหรือไฟในห้องโดยสารทิ้งไว้จนทำให้เครื่องยนต์สตาร์ทไม่ติด

2.การลัดวงจร เกิดขึ้นได้จากภายในตัวของแบตเตอรี่เอง เนื่องจากการสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น

3.สิ่งที่ปนเปื้อนมาในน้ำกลั่น ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาการใช้งานโดยตรงกับแบตเตอรี่ จะทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ไม่สมบูรณ์ และทำให้แบทเตอรีเก็บไฟไม่อยู่

4.ไฟไม่ชาร์จ จะทำให้การประจุไฟเข้าไปยังแบทเตอรีไม่เพียงพอ หลายครั้งที่เราเข้าใจผิดว่าแบทเตอรีเสื่อมสภาพ แต่ความจริงนั้นไม่ใช่โดยตรง กลับมีสาเหตุมาจากไดชาร์จเสื่อมสภาพด้วยเพราะไม่สามารถผลิตกระแสไฟได้อย่างเพียงพอ

วิธีดูแลแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Maintain batteries for longer use

ที่มา : wholesalesolar

1.หมั่นเช็คและทำความสะอาดขั้วของแบตเตอรี่อยู่เสมอ เพราะคราบเกลือที่เกาะอยู่ที่ขั้วจะทำให้กระแสไฟเดินได้ไม่สะดวก ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าอื่นๆ ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพนั่นเอง

2.ควรเติมน้ำกลั่นให้ได้ระดับอยู่เสมอ โดยที่แบตแต่ละประเภทควรสังเกตุดังนี้

  • แบตเตอรี่น้ำ ควรดูระดับน้ำทุกๆเดือน
  • แบตเตอรี่ไฮบริด ควรดูระดับน้ำทุกๆ 6 เดือน
  • แบตเตอรี่กึ่งแห้ง ควรดูระดับน้ำทุกๆ 1 ปี
  • แบตเตอรี่แบบแห้ง ไม่ต้องดูระดับน้ำ

3.ก่อนลงจากรถทุกครั้งควรสำรวจว่าเปิดไฟใดๆค้างไว้หรือไม่ ไม่อย่างนั้นจะทำให้แบตเตอรี่หมดได้

4.หมั่นตรวจเชคความตึงของสายพานไดชาร์จ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอยู่เสมอ เนื่องจากการทำงานที่ผิดปกติของไดชาร์จ จะส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควรได้

5.ถ้าเริ่มรู้สึกว่ามีสัญญาณเตือนเกี่ยวกับความผิดปกติ หรือมีสัญลักษณ์สีแดงบริเวณแผงหน้าปัดรถยนต์แจ้งเตือน ควรตรวจสอบแบตเตอรี่โดยเร็ว เพื่อป้องกันปัญหาแบตเตอรี่เสื่อม

 

LINE OpenChat Banner

เข้าร่วม LINE OpenChat คลิกเลย!

คลิกเลย!

[Every Lotto Day Campaign Lotto Low Price

 

-บันเทิง, วิธีดูแลรักษารถ, สปอตไลท์
-, , , , , , , , , , , , , , , , ,

Copyright© UPCAR , 2020 All Rights Reserved Powered by AFFINGER5.