UPCAR 13 ทริคง่ายๆในการเพิ่มความเร็วรถ

ข้อแนะนำ บันเทิง สปอตไลท์

อยากให้รถแรงมาทางนี้!! พบกับ 13 วิธีที่การเพิ่มความเร็วรถของคุณ!

Updated:

คุณจะทำให้รถของคุณเร่งความเร็วขึ้นได้อย่างไรบ้าง?

ถ้าพูดถึงรถยนต์แล้วจุดเด่นของมันก็มีหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบาย ดีไซน์สวยงามและอื่นๆอีกมากมาย แต่ในวันนี้เราจะหยิบยกหัวข้อเรื่องความเร็วมาพูดกัน โดยเรื่องความเร็วนั้นเป็นสิ่งที่อยู่ในตัวขาซิ่งทุกคนอยู่แล้วฉะนั้นเรามาดูกันหน่อยว่าวิธีเพิ่มความเร็วให้ตัวรถนั้นจะมีวิธีไหนกันบ้างไปรับชมกันเลยครับ

1. เครื่องยนต์ที่ดี

ที่มา:gqjapan.jp

อย่างที่รู้ๆกันว่ามีรถเครื่องยนต์ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่งเพราะเครื่องยนต์รวมไปถึงท่อไอเสียนั้นส่งผลต่ออัตราเร่ง ,ความเร็วตัวรถมาก ฉะนั้นถ้าคุณเลือกที่จะซื้อรถนั้นควรเลือกซื้อรถที่มีพื้นฐานที่ดี มีแรงม้าที่สูงอยู่แล้วจะได้ไม่ต้องไปเสียค่าใช้จ่ายในการปรับแต่ง,จูนเครื่องยนต์เพิ่มเติม

2. GEAR/DIFF RATIOS เกียร์

ที่มา:car-me.jp

เพื่อท่านใดยังไม่ทราบรถเกียร์กระปุกนั้นจะมีอัตราเร่งและทำความเร็วได้ดีกว่ารถเกียร์ออโต้ธรรมดาซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ว่านักแข่งรถจะใช้รถเกียร์กระปุกมากกว่าเกียร์ออโต้ในการแข่งขันแต่ในสมัยนี้ก็มีรถเกียร์ออโต้หลายๆคันก็มีระบบเกียร์ S หรือย่อมาจากโหมด Sport นั่นเอง ซึ่งก็ให้อารมณ์คล้ายๆรถเกียร์กระปุก

3. ยาง

ที่มา:fastcar.co.uk

ซึ่งในส่วนของยางนั้นจะไม่ได้เกี่ยวกับขนาดยางหรือความกว้างแต่จะเป็นในส่วนความเหนียวของหน้ายางถ้าให้ยกตัวอย่างง่ายๆ ให้คุณลองนึกภาพว่ากำลังวิ่งอยู่บนพื้นน้ำแข็ง โดยคนนึงใส่รองเท้าผ้าใบธรรมดา ส่วนอีกคนใส่รองเท้าที่มีเหล็กแหลมๆอยู่ เมื่อทดลองวิ่งแล้วจะเห็นได้ชัดว่า คนที่สองที่ใส่รองเท้าที่มีเหล็กแหลมจะวิ่งไปได้ไวกว่าคนแรก ในส่วนของยางก็เหมือนกันถ้าหากคุณใช้ยางที่เหนียวเกราะถนน จะทำให้รถไปได้ไวกว่า

4. อัพเกรดคลัทช์ของคุณ

ที่มา:designforexportawards.com

ครัทช์ลื่น หรือ อาการครัทช์กำลังจะหมด จะส่งผลให้ความเร็วของรถนั้นไม่ค่อยมีกำลัง หรือกำลังรถต่ำลง แต่รอบของเครื่องยนต์กลับสูงขึ้น ไม่มีกำลังในการขึ้นทางลาดชัน พูดง่ายๆก็คือเหยียบคันเร่งเท่าเดิมแต่รถไปได้ช้ากว่าเดิมฉะนั้นโปรดหมั่นเช็กครัทช์บ่อยๆ โดยปกติครัทช์ส่วนใหญ่จะมีอายุการใช้งานตั้งแต่ 100,000 – 150,000 กม. หรือประมาณ 10 ปี

5. เฟืองท้าย

ที่มา:fastcar.co.uk

LSD (Limited Slip Differential) ที่บ้านเราเรียกกันสั้นๆ ว่า เต๊ด ซึ่งก็คือเฟืองท้ายนั่นเอง โดยจะแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ

1 WAY นิยมใช้กับรถทุกประเภท สามารถบังคับได้ง่าย เหมาะกับมือใหม่และการใช้งานบนท้องถนน Limited Slip แบบนี้คลัตช์จะจับเฉพาะตอนเร่งเครื่อง

1.5 WAY เหมาะกับรถขับเคลื่อนล้อหน้า โดยที่ Limited Slip ชนิดนี้ คลัตช์จะจับตอนเร่งและเมื่อถอนคันเร่งจะจับแค่เพียงครึ่งเดียว ทำให้ออกจากโค้งได้เร็ว ซึ่งเหมาะกับการแข่งขัน

2 WAY เหมาะกับการแข่งขัน นิยมใช้กับรถที่ขับเคลื่อนล้อหลัง และ ขับเคลื่อน 4 ล้อ Limited Slip ชนิดนี้ จะจับทั้งตอนเร่งและถอนคันเร่ง ทำให้ควบคุมรถในการเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ

ฉะนั้นก็เลือกให้เหมาะกับกับจุดประสงค์ในการใช้รถของคุณ

6. น้ำหนักตัวรถ

ที่มา:flickr.com

การกระจายน้ำหนักตัวรถที่ดีนั้นจะช่วยทำให้อัตราเร่งของรถนั้นไปได้เร็วยิ่งขึ้น ฉะนั้นขวดจัดการสิ่งของบนรถคุณอย่างสม่ำเสมอหรือถ้าหากคุณแต่งรถก็อย่าเลือกชุดแต่งที่มีน้ำหนักมากเพราะนอกจากความสวยแล้วจะส่งผลเสียต่อรถของคุณในระยะยาว

7. อัพเกรด โช๊ค

ที่มา:fastcar.co.uk

บางคนอาจจะคิดว่าโช๊คมีหน้าที่ในการลดการสั่นสะเทือนของตัวรถ แต่มันให้อะไรมากกว่านั้น เพราะเมื่อคุณขับรถแล้วใช้ความเร็วสูง ถ้าคุณมีโช๊คที่ดีก็จะทำให้ตัวรถรู้สึกนิ่งไม่รู้สึกว่ารถมันเร็ว ไม่เครียดไม่เกร็งเวลาเข้าทางโค้ง ทำให้คุณสามารถใช้ความเร็วได้มากกว่าโช๊คธรรมดา

8. ลดน้ำหนัก

ที่มา:automove.jp

น้ำหนักของตัวเครื่องยนต์นั้นก็เป็นอีกส่วนหนึ่งถ้ามองภาพของรถยนต์คงจะอธิบายยาก ฉะนั้นให้คุณลองคิดถึงนักปั่นจักรยานที่ทำไมเขาต้องทำให้ตัวจักรยานมีน้ำหนักเบายิ่งเบาเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะว่าหากคุณวิ่งในความเร็วเท่าเดิมแต่น้ำหนักคุณน้อยกว่าอีกคัน คุณก็จะสามารถไปได้ไวกว่า แม้จะไวกว่าไม่เท่าไหร่แต่ในการแข่งขัน 1 วินาทีก็มีค่าฉะนั้นควรเลือกเครื่องยนต์ที่มีน้ำหนักเบา

9. ANTI-LAG หรือ เทอร์โบ

ที่มา:motorsport.motorionline.com

หากพูดถึงความแรงแล้วสิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวเราเป็นอันดับต้นๆเลยก็คือ เทอร์โบ แต่การที่คุณมีเทอร์โบอย่างเดียวก็คงจะไม่ได้เพราะ ข้อเสียของเทรอ์โบนั้นคือเวลาถอนคันเร่งมันเป็นการทิ้งอากาศไปอย่างเปล่าประโยชน์ จะทำให้บูสต์หายจนเกิดความหน่วงเวลากดคันเร่งครั้งต่อไป จึงมีคนคิด Anti-Lag System ขึ้นมาช่วยตรงจุดนี้นั่นเอง ซึ่งเจ้าระบบนี้พูดง่ายๆก็คือระบบที่ช่วยทำให้บูสต์ไม่ตก หรือไม่เกิดอาการรอรอบนั่นเองแต่การติดตั้งวงจรนี้จะมีความร้อนสะสมที่ค่อนข้างสูงกว่าปกติ ทำให้มักใช้กันในเฉพาะวงการแข่งรถเท่านั้น

10. ระบบเครื่องยนต์

ที่มา:seriouswheels.com

เครื่องยนต์รถนั้นก็เหมือนกันร่างกายคนเราถ้าหากมีสุขภาพที่ดีเวลาทำงานหรืออื่นๆก็จะคล่องแคล่วรวดเร็ว เครื่องยนต์รถก็เช่นกันถ้าคุณหมั่นดูแลตรวจเช็คเครื่องยนต์,คอยเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเป็นประจำอยู่เสมอแล้วก็จะทำให้รถคุณนั้นรวดเร็วและแรงกว่าคันอื่นๆ เพราะเครื่องยนต์มีการถ่ายเทที่ดีกว่า ฉะนั้นอย่าลืมไปดูแลเครื่องยนต์คุณกันด้วยนะครับ

11. BOOST ด้วยเกียร์

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ BOOST gear car

ที่มา : tuningblog

ซึ่งการเร่งด้วยเกียร์ที่ว่านี่คือใช้ได้แค่กับเครื่องยนต์เทอร์โบเท่านั้นโดยการเปลี่ยนเกียร์แบบนี้เป็นเทพนิคที่จะใช้กันในรถแข่งโดยการลากเครื่องยนต์ ซึ่งถ้าเราต้องการความเร็วเพิ่มคนส่วนใหญ่ก็จะปรับเกียร์ให้สูงขึ้นแต่รู้หรือไม่ว่าการลดเกียร์ลงจะได้อัตราเร่งที่ดีกว่า

12. เปลี่ยนเกียร์ให้เร็ว

ที่มา:wheelsology.com

การเปลี่ยนเกียร์ให้เร็วนั้นช่วยทำให้คุณสามารถทำความเร็วได้ดียิ่งขึ้นโดยวันนี้เราจะมาแนะนำ 2 วิธีที่จะช่วยทำให้คุณเปลี่ยนเกียร์ไว้ขึ้นนั่นก็คือ

1. เหยียบครัชท์แค่ 60 - 70% พอ โดยคนส่วนใหญ่มักจะเหยียบครัชท์ค้างไว้แล้วค่อยเปลี่ยนเกียร์แต่หากคุณลองเปลี่ยนเกียร์ไปพร้อมกับเหยียบครัชมันจะทำให้รถคุณเพิ่มความเร็วได้มากเลย

2. ใช้ฝ่ามือดันตอนเปลี่ยนเกียร์ โดยผู้คนส่วนใหญ่ มักจะใช้มือกำตรงชุดเกียร์เพื่อเปลี่ยนเกียร์ แต่ถ้าหากคุณลองใช้แค่ฝ่ามือผลักเกียร์มันจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้คุณเป็นอย่างมาก
โดยถ้าฝึกจนชำนาญแล้วมันคงจะช่วยทำให้คุณขับรถสนุกขึ้นอย่างแน่นอน

13. ไนตรัส

ที่มา:thedrive.com

สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยเวลาเราดูหนังแข่งรถนั่นก็คือไนตรัส ซึ่งไนตรัสนั้นจะช่วยทำให้คุณเพิ่มความเร็วของรถได้มหาศาลแต่ข้อเสียของมันก็มีคือหลังจากที่คุณใช้มันไปแล้วเครื่องยนต์จะร้อนเป็นอย่างมาก เลยจะทำให้รถคุณไม่สามารถเร่งความเร็วได้แบบเดิม ฉะนั้นควรใช้อย่าพอเหมาะไม่งั้นอาจจะมีปัญหากับเครื่องยนต์คุณได้

LINE OpenChat Banner

เข้าร่วม LINE OpenChat คลิกเลย!

คลิกเลย!

[Every Lotto Day Campaign Lotto Low Price

 

-ข้อแนะนำ, บันเทิง, สปอตไลท์
-, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Copyright© UPCAR , 2020 All Rights Reserved Powered by AFFINGER5.